เสริมจมูกคืออะไร?

“การเสริมจมูก” นั้นเป็นการผ่าตัดศัลยกรรมบนใบหน้าที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย เหตุเพราะ จมูกถือว่าเป็นอวัยวะที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งบนใบหน้า ทั้งยังเป็นตัวกำหนดใบหน้าโดยรวมอีกด้วย หากคุณมีจมูก ไม่ได้รูป คุณก็จะขาดความมั่นใจในตนเอง ศัลยกรรมตกแต่งจมูกสามารถปรับขนาด เปลี่ยนรูปร่างจมูกให้คุณดูสวย เป็นธรรมชาติ เข้ากับรูปหน้า โดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของคลินิกจะปรับรูปทรงซิลิโคนคุณภาพสูง เพื่อให้เหมาะสมกับใบหน้าได้อย่างปลอดภัย สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ เพื่อดึงความโดดเด่นของใบหน้า สร้างความมั่นใจให้ตัวคุณในแบบของคุณ

ทำไมต้องเสริมจมูก

เพิ่มความมั่นใจ ใครที่เวลาเซลฟี่แล้วต้องเอียงมุมทำองศาอยู่หลายรอบก็คงจะเซ็ง กว่าจะเล็งมุมที่ดูดีมีดั้งโด่งก็ทำเอาเหนื่อย หรือไม่ก็ต้องพึ่งแอพพลิเคชั่นและแต่งหน้าให้วุ่นวาย แต่ถ้าได้เสริมจมูกสวยๆ ก็มั่นใจทุกองศาแล้วค่ะ สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเอง งานบางประเภทต้องอาศัยบุคลิกลักษณะภายนอก การเสริมจมูกจะช่วยเพิ่มทางเลือกในหน้าที่การงาน หรือแม้แต่เรื่องความรักก็ตาม เรียกได้ว่าบุคลิกดีมีชัยไปกว่าครึ่งนะ

ข้อควรรู้ก่อนเสริมจมูก

ปัจจุบันที่นิยมมีอยู่ 2 แบบคือ

1. แบบมาตรฐาน

แบบมาตรฐาน คือ การใช้แท่งซิลิโคนเหลาแล้วใส่เข้าไปในรอยผ่าบริเวณช่องจมูก วิธีนี้ใช้แค่ยาชา ไม่ต้องพักฟื้น เป็นวิธีที่สะดวกรวดเร็วและราคาไม่แพง แต่อาจไม่เหมาะกับจมูกบางประเภท ซึ่งเกิดปัญหาซิลิโคนทะลุได้ แบบเปิด คือการผ่าตัดเปิดจมูกเพื่อปรับโครงสร้างจมูก โดยอาจใช้ซิลิโคนร่วมกับเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนหลังหูบวกกับการยืดกล้ามเนื้อปลายจมูก หรือบางคนอาจไม่ต้องใช้ซิลิโคนเลยก็ได้ วิธีนี้ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องใช้ยาสลบและมีการพักฟื้น ราคาอาจจะสูงหน่อยแต่จะได้จมูกที่ดูเป็นธรรมชาติ ถ้าใครไหวก็จัดไปค่ะ

จมูกแบบเดียวกันอาจใช้ไม่ได้กับทุกคน

ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งมโนเอาเองว่าจะเอาแบบดารา เพราะการทำจมูกต้องดูปัจจัยหลายอย่าง เราอาจเตรียมแบบจมูกที่ชอบไปก่อนได้ แต่คุณหมอจะเป็นคนบอกว่าสามารถทำได้หรือไม่ นอกจากต้องดูโครงหน้าแล้วยังต้องดูเนื้อจมูกของเราด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนประกอบที่ใช้วิเคราะห์การทำจมูกค่ะ

การเสริมจมูกด้วยเทคนิคการผ่าตัดแบบปิด

การเสริมจมูกแบบปิดโดยการเสริมรูปแบบนี้ เป็นการเสริมจมูกในรูปแบบที่มีแผลจากรอยกรีด แพทย์ทำความสะอาดบริเวณโพรงจมูก รอบจมูกๆและบริเวณที่จะทำการผ่าตัด หรือรอยผ่าตัดในรูจมูก ซึ่งจะเป็นแผลเพียงด้านเดียว หรือสองด้านนั้นก็ได้ แล้วแต่หมอที่ได้ทำการศัลยกรรมแล้วแต่ความถนัดของแพทย์ หมอจะฉีดยาชาผิวหนังบริเวณที่จะทำการเสริมจมูก จากนั้นค่อยๆทำการเลาะไปในโพรงจมูก แล้ววางซิลิโคน ลงไป จากนั้นคุณหมอจะเย็บปิดแผลด้านในโพรงจมูก การเสริมจมูกรูปแบบนี้จะไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับรูปร่าง หรือโครงสร้างของโพรงจมูกสักเท่าไหร่เลยมากนัก หลังจากห้องผ่าตัดเจ้าหน้าที่จะทำการบล็อกเฝือกอ่อน เพื่อป้องกันการเคลื่อนของจมูก ป้องกันการเบี้ยวเอียงของสัน การผ่าตัดแบบ Closed เหมาะสำหรับคนที่มีรูปทรงจมูกที่ค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง ไม่มีปัญหาเรื่องโครงสร้างจมูก

ข้อดี
  1. ราคาไม่แพง
  2. ไม่มีแผลเป็นด้านนอก การฟื้นตัวก็จะเร็วกว่าการผ่าตัดแบบ open
  3. แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะจุดที่ทำการผ่าตัด โดยไม่ต้องวางยาสลบ
  4. เมื่อเกิดปัญหาแพทย์สามารถแก้ไขได้ง่ายกว่าการผ่าตัดแบบ open
  5. ผลการผ่าตัดออกมาสวย
ข้อเสีย
  1. มีโอกาสซิลิโคนทะลุ หากเสริมซิลิโคนที่โด่งเกินไป
  2. หากรูปทรงจมูกเป็นทรงชมพู่ไม่สามารถแก้ไขได้
การเสริมจมูกด้วยเทคนิคการผ่าตัดแบบเปิด

การเสริมจมูก ด้วยเทคนิคการผ่าตัดแบบเปิด เป็นการผ่าตัดแบบเปิดจมูกด้านหน้า เปิดแผลจากด้านหน้าทำให้มีแผลเป็น กรณีเสริมจมูกแบบ open เป็นการผ่าตัด คนไข้จะต้องงดน้ำ งดอาหารมาอย่างน้อย 1 วันเพื่อตรวจเลือด และ X-ray ดูความพร้อมของปอดคนไข้ เพื่อดูความพร้อมของปอดในการวางยาสลบ คุณหมอจะใช้ยาสลบก่อนการผ่าตัดและหลังผ่าตัดจะต้องพักฟื้นอย่างน้อย 1 คืน

ข้อดี
  1. สามารถผ่าตัดแก้ไขรูปร่างจมูกได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์กว่า เนื่องจากสามารถเห็นโครงสร้างภายในได้ดีกว่า
  2. สามารถตกแต่งปลายจมูกให้สวยเนียนเป็นธรรมชาติ และป้องกันไม่ให้ผิวหนังบางหรือทะลุในอนาคตได้ดีกว่า
  3. โอกาสที่จมูกจะเบี้ยวหรือเอียงน้อยกว่า
ข้อเสีย
  1. ทำยากและนานกว่าเสริมจมูกปกติ
  2. ระยะเวลาบวมช้ำนานกว่า

2. การผ่าตัดต่อปลายจมูก

"ปลายจมูก เป็นส่วนที่คนไข้อยากให้แต่งให้สวยงามมากที่สุด แต่ก็เป็นบริเวณที่ทำได้ยากสุดเช่นเดียวกัน"

การแต่งปลายจมูกที่ได้ผลดีที่สุด คือการแต่งโดยวิธีแก้จมูกแบบ open ซึ่งมีขึ้นตอนละเอียดมากมาย ส่วนการแต่งปลายจมูกแบบ close สามารถทำได้เพียงการเอาซิลิโคนดันปลาย ร่วมกับการรองปลายด้วยเนื้อเทียม หรือเนื้อส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่นกระดูกหลังใบหู ดังนั้น จึงเหมาะกับคนที่ปลายจมูกมีแนวโน้มที่สวยอยู่ก่อนแล้ว โดยสรุปแล้วเรา สามารถเสริมปลายจมูกให้ยาวขึ้นกว่าเดิมได้ โดยใช้สิ่งเหล่านี้

1. กระดูกอ่อนหลังใบหู (ear cartilage)
  1. เป็นกระดูกอ่อนที่นำมาใช้ง่ายที่สุด โดยแผลจะซ่อนอยู่หลังหู มองไม่เห็นแผล และไม่ค่อยเจ็บแผลหลังการผ่าตัด
  2. มีข้อเสียคือเสริมให้ยาวได้น้อย เนื่องจากกระดูกอ่อนหูค่อนข้างบาง (1-2 มิลลิเมตร) มีปริมาณให้ใช้น้อย และมีความโค้ง จึงใช้ได้เพียงการรองปลาย หรือการแก้ไขกระดูกปีกนกปลายจมูกเท่านั้น ไม่สามารถนำมายืดผนังกั้นจมูกได้
2. กระดูกอ่อนซี่โครง (rib cartilage)
  1. การนำมาใช้ต้องมีแผลใต้ราวนม 3 cm และมักต้องผ่าตัดโดยการใช้ยาสลบด้วย เพราะเจ็บมากกว่าบริเวณอื่น
  2. มีข้อดีคือมีปริมาณกระดูกอ่อนมาก สามารถนำมาใช้ได้ทุกส่วนของจมูก ตั้งแต่สันจมูก ถึงปลายจมูก มีความแข็งแรงที่จะใช้ยืดจมูกให้ยาวได้มาก สามารถสู้กับแรงยึดของพังผืดได้ดี
3. เนื้อเยื่อเทียม (ADM – Acellular dermal matrix)
  1. ที่วันใหม่คลินิก การเสริมปลายจมูกที่ง่าย และนิยมมากที่สุดคือ การใช้เนื้อเยื่อเทียม ซึ่งมีทั้งผลิตจากเซลล์ของคน และหมู ลักษณะเป็นแผ่นเนื้อบาง ๆ ประมาณ 2 มิลลิเมตร ใช้คลุมบริเวณปลายซิลิโคน เพื่อไม่ให้ซิลิโคนดันปลายจมูกโดยตรง
  2. การรองปลายด้วยเนื้อเทียมทำให้ปลายจมูกยาวขึ้นได้พอสมควร เท่าที่เนื้อจมูกพอรับได้ มีประโยชน์ในระยะยาว ช่วยให้ปลายจมูกไม่บาง และลดโอกาสทะลุได้มาก

เตรียมตัวก่อนเสริมจมูก

  1. งดสูบบุหรี่ ก่อนเสริมจมูก อย่างน้อย 4 สัปดาห์ เพราะสารที่อยู่ในบุหรี่จะทำลายเซลส์ที่จะซ่อมแซมการหายของแผล ทำให้หายช้า เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  2. งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิดในคืนก่อนทำจมูก
  3. งดยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดอาการฟกช้ำจากเลือดคั่งหลังผ่าตัด อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  4. งดวิตามิน น้ำมันตับปลา อาหารเสริมต่างๆ ทุกชนิด เนื่องจากอาหารเสริมเหล่านี้ ทำให้เกิดอาการเลือดหยุดไหลช้า ส่งผลให้หมอผ่าตัดยากและจากหลังผ่าจะมีรอยบวมช้ำเขียว อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  5. แจ้งให้แพทย์ทราบ หากมีโรคประจำตัว เช่น โรคความดัน โรคหัวใจ โรคเบาหวาน HIV หรือโรคต่างๆ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ให้ดีเสียก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงหลังการผ่าตัด เช่น แผลติดเชื้อมากกว่าคนปกติ

การเตรียมตัวในวันผ่าตัดเสริมจมูก

  1. ทานอาหารเบาๆ ก่อนเวลาผ่าตัดช่วง4-6 ชั่วโมง
  2. งดแต่งหน้า ล้างหน้า และแคะจมูกให้สะอาด

การดูแลหลังการผ่าตัดเสริมจมูก

  1. ประคบเย็นทันทีบริเวณหน้าผาก และโหนกแก้ม ห้ามประคบบริเวณสันจมูก ใน 3 วันแรก หลังการผ่าตัด
  2. ควรนอนหน้าตรง หัวสูง (หมอนสูงซ้อนกัน2ใบ) เพื่อให้เลือดไหลเวียนสู่หัวใจได้สะดวก จะยุบบวมเร็วขึ้น
  3. ห้ามแผลโดนน้ำ 3 วัน ให้ทำความสะอาดใบหน้าโดยใช้ผ้านุ่มๆเช็ดทำความสะอาด
  4. หลังจาก 3 วันแล้ว สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แล้วใช้ผ้านุ่มๆซับให้แห้ง ห้ามถูบริเวณแผล
  5. งดใส่แว่นตา 1 เดือน
  6. หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนที่จมูก 1 เดือน
  7. งดอาหารเผ็ด อาหารหมักดอง อาหารทะเล
  8. ทานยาตามที่แพทย์จัดให้ตรงตามเวลาอย่างเคร่งคัด และทานต่อเนื่องจนกว่ายาจะหมด
  9. หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองและควันเยอะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักๆ ที่จะทำให้เกิดการแพ้อากาศ รวมถึงอาการไอ จาม และสั่งน้ำมูก
  10. งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์หลังทำจมูก อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  11. งดสูบบุหรี่ หลังเสริมจมูก อย่างน้อย 4 สัปดาห์ เพราะสารที่อยู่ในบุหรี่จะทำลายเซลส์ที่จะซ่อมแซมการหายของแผล ทำให้หายช้า เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ของใช้จำเป็นหลังจากเสริมจมูก

  1. หมอนรองคอ
  2. ผ้าขนหนู/แผ่นทำความสะอาด สำหรับเช็ดหน้า
  3. คอตตอนบัด หรือ ไม้พันสำลี
  4. น้ำเกลือล้างแผล

การดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก

1. ประคบด้วยเจลเย็น 4 จุด คือ

  1. สันจมูกด้านข้างซ้ายและขวา
  2. สันจมูกตะรางกลางด้านบนและระหว่างคิ้ว
  3. โดยประคบเย็นด้วยน้ำแข็งที่เย็นจัดตำแหน่งละ 30 วินาที หรือว่ารู้สึกเย็นมากๆ จึงเปลี่ยนตำแหน่ง ทำละ 4 รอบ ได้แก่ เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน เป็นเวลา 3 วัน จากนั้นจึงประคบอุ่น

2. ห้ามนอนตะแคง ให้นอนหมอนล็อคคออย่างน้อย 1 เดือน เพื่อป้องกันซิลิโคนเบี้ยวเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง หากลืมเพียงคืนเดียวจมูกสามารถเอียงได้

3. ดูแลแผลบริเวณที่ผ่าตัดอย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็นและก่อนนอน รวมถึงหลังล้างหน้า หลังอาบน้ำ หรือหลังประคบเย็น และทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร โดยทำแผลด้วยน้ำเกลือ ที่สำคัญก่อนทำแผลควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง

4. ทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วนอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วยยาฆ่าเชื้อวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น และยาแก้ปวดครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหาร หรือเมื่อมีอาการปวด ทานห่างกันอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง ทั้งนี้ควรทานยาให้ครบอย่างน้อย 7 วัน

5. งดรับประทานอาหารหมักดอง อาหารที่ไม่ปรุงสุก อาหารทะเล แอลกอฮอล์ อาหารเค็ม อาหารที่มีโซเดียมเยอะ เช่น มาม่า โจ๊กคัพตามร้านสะดวกซื้อ และงดสูบบุหรี่ ทั้งหมดนี้เป็นเวลา 1 เดือน ให้ทานอาหารประเภทอ่อนๆ หากไม่ปฏิบัติตามข้อห้ามแผลอาจติดเชื้อได้

6. พลาสเตอร์ที่ติดจมูกป้องกันการเบี้ยวเอียงให้ติดไว้ 5 วัน จากนั้นให้ดึงออกจากบนลงล่าง

เสริมจมูกที่ไหนดี?

ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง การเสริมจมูกนั้น ต้องทำโดยตรงกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะรู้ตำแหน่งที่สำคัญในการเสริมจมูก ซึ่งสังเกตุเห็นง่ายๆเลยจากการพูดถึง บอกต่อหรือการรีวิวจากคนจำนวนมาก โดยเราสามารถดูได้จากภาพก่อนรักษา-หลังรักษา ส่วนใหญ่คลินิกเสริมจมูกหรือศัลยกรรมจมูกที่ไหนดี ชื่อนี้จะมีการพูดถึงบ่อยในโลกออนไลน์อยู่เสมอๆ

The Best Brand Thailand ได้รวบรวม 10 อันดับ คลินิกเสริมจมูกดีที่สุดปี 2022 งานสวย รีวิวเยี่ยม ราคาไม่แพง ไม่ต้องไปไกลถึงเกาหลี รวมถึงคุณหมอมีประสบการณ์การทำจมูกมามากกว่า 10,000 เคส มาให้เลือกกัน

อันดับ 1

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้จัดตั้งทีมสหวิชาชีพที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาไม่ว่าจะเป็น แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ นักเทคนิคการแพทย์ และบุคลากรวิชาชีพอื่นๆ เพื่อการรักษาแบบบูรณาการที่มีคุณภาพ ทำให้โรงพยาบาลกลายเป็นจุดหมายปลายทาง ในการดูแลรักษาสุขภาพแบบครบวงจร สำหรับผู้ป่วยทุกประเภทและผู้ที่ต้องการการดูแลรักษาที่ซับซ้อน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,300 คน และบุคลากรด้านอื่นๆ อีกกว่า 4,800 คน แพทย์ส่วนใหญ่ได้รับวุฒิบัตรในระดับสากลจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ที่มีเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วซึ่งมีชื่อเสียงในด้านมาตรฐานทางการแพทย์และคุณภาพระดับสูง การประสานงานที่ราบรื่นระหว่างทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (subspecialties) กว่า 70 สาขาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและทำให้ได้ผลการรักษาที่ดียิ่งขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา

ในยุคปัจจุบันการทำ "ศัลยกรรมจมูก" เรียกได้ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนเลือกที่จะใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์บนใบหน้าให้ดูดียิ่งขึ้น เสริมความมั่นใจให้เพิ่มมากขึ้น และสำหรับบางคนที่มีปัญหาเนื้อจมูกน้อยแต่อยากจะทำจมูกแต่กำลังกังวลอยู่นั้น

การผ่าตัดเสริมจมูก ที่ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ตั้งอยู่ที่ วัฒนา, กรุงเทพ, ประเทศไทย ให้การรักษาด้าน การผ่าตัดเสริมจมูก โดยมีทั้งหมด 320 แบบการรักษา แยกเป็น 34 ประเภทความเชี่ยวชาญเฉพาะ

ขณะนี้ที่ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ยังไม่มีข้อมูลราคาสำหรับ การผ่าตัดเสริมจมูก แต่คุณสามารถขอใบเสนอราคาได้ ซึ่งในขณะที่ราคาเฉลี่ยของทุกสถานพยาบาลในประเทศอยู่ที่ประมาณ ฿39,432 บาท โดยการรักษาในโรงพยาบาลนี้ จะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ซึ่งมีแพทย์จำนวนกว่า 10 ท่าน ให้การรักษาอยู่ และ โดยได้รับมาตรฐานการรับรองคุณภาพสถานพยาบาล จากหลายองค์กร โดยมีดังต่อไปนี้

  1. การรับรอง JCI
  2. การรับรองมาตรฐาน HA

ได้รับความไว้วางใจจากทั้งผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างประเทศ ว่าเป็นสถานพยาบาลที่มีชื่อเสียงและมีผลการรักษาเป็นที่ยอมรับทั่วโลก เมื่อผสานความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ระดับนานาชาติ เข้ากับความละเอียดประณีตของแพทย์ไทย ทําให้ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งกลายเป็นมาตรฐานของการทําศัลยกรรมเพื่อความงาม ศัลยกรรมตกแต่ง การปลูกถ่ายเส้นผมและวิธีการรักษาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องศัลยกรรมเพื่อความงาม ศัลยแพทย์ด้านความงามของศูนย์ฯ มีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดเพื่อตกแต่งรูปร่างให้เป็นปกติ เสริมสร้างให้ผู้ป่วยมีรูปร่างที่ดีขึ้นและมีความมั่นใจในตัวเอง

ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 2

โรงพยาบาลบางโพ

จมูก เป็นอวัยวะสำคัญของใบหน้า เพราะเป็นจุดเด่นที่สุด ลองสังเกตดูถ้าจมูกมีรูปทรงสวยงาม ได้รูป มีสัดส่วนความสูงโด่งที่พอเหมาะ ใบหน้านั้นก็จะมีความสวยงามตามไปด้วย คนไทยซึ่งเป็นชาวเอเชียมักมีจมูกแบนไม่โด่งเท่ากับชาวตะวันตก ด้วยเหตุนี้การเสริมจมูกให้โด่งสวยจึงเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน

การเสริมจมูก

"การเสริมจมูก" เป็นศัลยกรรมตกแต่งที่มีการทำกันมากที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะเสริมให้ใบหน้าดูโดดเด่นมากขึ้น การผ่าตัดไม่ซับซ้อนมากนัก ได้ผลดีและมีภาวะแทรกซ้อนน้อย กรณีมีปัญหา ก็สามารถผ่าตัดแก้ไขได้ใหม่ไม่ยุ่งยาก

เทคนิคการผ่าตัดในปัจจุบันที่ยังคงมีความนิยมกันทั่วไปคือ การเสริมจมูกด้วยซิลิโคน เพราะซิลิโคนที่ใช้มีความบริสุทธิ์สูง และเป็นชนิดที่ใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น แพทย์เลือกใช้ซิลิโคนจากแหล่งมาตรฐานจากอเมริกา ตัวซิลิโคนจึงมีปฏิกิริยาต่อร่างกายคนเราน้อย ร่างกายสามารถรับและหุ้มตัวซิลิโคนและยึดอยู่กับเนื้อเยื่อได้ดี อายุการใช้งานของซิลิโคนที่ใช้เสริมจมูก จะอยู่ไปได้ตลอดชีวิต ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหรือแก้ไขใหม่ เว้นแต่ว่าอยากทำการเปลี่ยนหรือแก้ทรงใหม่ ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคนถือเป็นการผ่าตัดเล็ก หลังทำไม่จำเป็นต้องนอนพักค้างคืนที่โรงพยาบาล ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากซับซ้อน โดยแพทย์จะให้ยานอนหลับช่วยลดความกังวล และฉีดยาชารอบจมูก ทำการเปิดแผลบริเวณขอบรูจมูกยาวประมาณ 1-2 ซ.ม. เพื่อสร้างช่องว่างที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูกแล้วใส่แท่งซิลิโคนที่แพทย์ได้ปรับแต่งทรงให้เข้ากับใบหน้าของแต่ละคนแล้วเข้าไป เมื่อจัดวางซิลิโคนเรียบร้อยแล้วก็ทำการเย็บปิดแผล หลังจากนั้นดามจมูกด้วยพลาสเตอร์หรือเฝือกเพื่อป้องกันจมูกและลดอาการบวมหลังผ่า การผ่าตัดเสริมจมูกใช้เวลา ประมาณ 1 ชั่วโมง แพทย์จะนัดติดตามอาการอีกครั้งประมาณ 7-14 วัน

การดูแลหลังผ่าตัด

โดยทั่วไปแล้วมักไม่จำเป็นต้องมีการปิดแผลบริเวณจมูกเลย สามารถเดินทางกลับบ้านได้โดยที่คนทั่วไปอาจไม่สังเกตเห็นความผิดปกตินอกจากอาการบวม แต่แพทย์ส่วนใหญ่นิยมใช้พลาสเตอร์ปิดบริเวณสันจมูกหรือใช้เฝือกดามบริเวณสันจมูกด้วย เมื่อกลับถึงบ้านให้ประคบเย็นรอบจมูกประมาณ 2-3 วัน เพื่อลดอาการบวมและไม่ให้มีเลือดออก

ในช่วง 4 สัปดาห์แรก วัสดุยังไม่เกาะแน่น สามารถขยับจัดรูปทรงให้เข้าที่ได้ หลังจากนั้น 1 เดือน สามารถโดนหรือจับจมูกได้เป็นปกติ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

พบได้น้อยมากหากได้รับการผ่าตัดมาอย่างถูกต้องและมีการดูแลที่ดีพอ แต่อย่างไรก็ดีอาการแทรกซ้อนเหล่านี้ก็อาจเกิดขึ้นได้

  1. จมูกที่เสริมไว้เอียง ถ้าตรวจพบในระยะ 1-2 สัปดาห์แรก แพทย์อาจช่วยดัดให้เข้าที่ได้ ถ้าเกิดภายหลังอาจเกิดจากการชนหรือกระแทกบริเวณจมูก จะไม่สามารถดัดให้เข้าที่ได้ง่าย อาจจะต้องทำการผ่าตัดใหม่
  2. จมูกอักเสบ สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้ามีการติดเชื้อบริเวณที่ผ่าตัดหรือบางครั้งเกิดจากการอักเสบของผิวหนังบริเวณใกล้เคียง เช่น เป็นสิวบริเวณจมูก บ่อยครั้งที่มักเกิดจากการเสริมจมูกที่โด่งเกินไป เกิดการแดงที่บริเวณปลายจมูก และเกิดการอักเสบตามมา

ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 3

โรงพยาบาลกรุงเทพ

โรงพยาบาลกรุงเทพ ผู้ให้บริการทางการแพทย์ และการรักษาพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย ด้วยความภาคภูมิใจมากว่า 49 ปี ถือได้ว่าเป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในประเทศไทย ที่ได้รับความไว้วางใจทั้งจากคนไทย และชาวต่างชาติเลือกใช้บริการตรวจวินิจฉัย รักษา และฟื้นฟูสุขภาพด้วยดีตลอดมา จวบจนได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบัน Joint Commission International (JCI) องค์กรกำกับมาตรฐานด้านการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก

การเสริมจมูก เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมความงามเพื่อสร้างความสมดุลบนใบหน้า ซึ่งทำได้ง่าย รวดเร็ว เห็นผลทันที โดยประสบการณ์และความชำนาญของศัลยแพทย์คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ แก้ไขสัดส่วนได้ตามที่ต้องการ โดยขึ้นกับโครงสร้างของจมูกและใบหน้าผู้ป่วยด้วย ผลแทรกซ้อนน้อย ดังนั้นการศึกษาข้อมูลก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมจมูกจะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

การเสริมจมูกปัจจุบันทำได้หลายวิธี ได้แก่

1. การเสริมจมูก (Augmented Rhinoplasty)

การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนจากประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเกาหลี มีให้เลือกทั้งแบบมาตรฐานและแบบเปิดที่เพิ่มการตกแต่งปลายจมูก

  1. แบบมาตรฐาน จะไม่มีแผลภายนอก
  2. แบบเปิด จะมีแผลบริเวณ (Collumella) ภายนอกเล็กน้อย มองเห็นไม่ชัด วิธีนี้มีข้อดีที่สามารถปรับแก้ไขปัญหาปลายจมูกหรือลดขนาดของปลายจมูกให้เรียวสวยเข้ารูป

วิธีการผ่าตัด

หลังจากออกแบบซิลิโคนให้เข้ากับรูปหน้าเรียบร้อย แพทย์จะทำการนัดวันผ่าตัด เมื่อถึงวันผ่าตัดแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณรอบจมูก บางรายอาจใช้ยานอนหลับร่วมด้วย จากนั้นแพทย์จะเสริมสารซิลิโคน (Medical Grade Silicone) เข้าใต้ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก (Subperiostium) บริเวณดั้งจมูกผ่านทางรอยผ่าตัดขนาดเล็กประมาณ 1 เซนติเมตรที่ด้านในของจมูกแล้วเย็บแผลปิด การผ่าตัดแพทย์ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้ โดยแพทย์จะทำการนัดหลังผ่าตัดเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยจนกว่าจะหายสนิท

2. การเสริมจมูกโดยใช้กระดูกอ่อนหลังหู

นอกจากการใช้ซิลิโคน (Silicone Implant) แล้ว ยังสามารถใช้กระดูกอ่อนของตนเองได้ โดยมาจากใบหูหรือบริเวณอื่นๆ เช่น กระดูกอ่อนขวางกั้นระหว่างช่องจมูกหรือส่วนของซี่โครง มาช่วยเสริมปลายจมูกให้ดูสูงขึ้นเป็นธรรมชาติและป้องกันการทะลุของการเสริมซิลิโคนที่ปลายจมูก ซึ่งกระดูกอ่อนซี่โครงจะเลือกใช้ในผู้ป่วยที่ไม่ต้องการใช้ซิลิโคน หรือมีปัญหาจากการทำผ่าตัดดั้งจมูกมาก่อนจึงไม่สามารถใช้ซิลิโคนได้

การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงขึ้นไป โดยผู้ป่วยอาจต้องดมยาสลบหากผู้ป่วยไม่สามารถนอนได้นานหรือกลัว หลังผ่าตัดต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 คืน

ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 4

ตรีสุรางค์ คลินิก

หากจะพูดถึงคลินิกศัลยกรรมจมูกที่ประณีต และก็ใส่ใจทุกขั้นตอนนั้น คงจะหนีไม่พ้น ตรีสุรางค์ คลินิก เพราะทุกเคสคุณหมอพิถีพิถันทุกขั้นตอน โยเฉพาะการเหลาซิลิโคนเองเลยทีเดียว จมูกที่ได้จึงออกมาสวย ดูเป็นธรรมชาติ อีกทั้งที่นี่ เค้าการันตีผลงานผ่านมาแล้วมากกว่า10,000เคส ซึ่งราคาปกติ ราคา 15,900 บาท จัดโปรโมชั่นเหลือ 7,999 บาท ใกล้ที่ไหนไปใช้บริการได้เลย!

เสริมจมูกที่ไหนดี?

การเสริมจมูกมีทั้งเสริมจมูกเทคนิคปิด และเทคนิคเปิด (Open) ปรับโครงสร้าง ยืดผนังกั้นจมูก เพื่อแก้ไขจมูก ให้ตอบโจทย์อย่างตรงจุด

ไม่ว่าจะเป็นเสริมใหม่ หรือเคสแก้ไข ที่มีปัญหาซ้ำแล้วซ้ำอีก เสริมมาแล้วไม่ทรงสวย ไม่ถูกใจ หรือฉีดมาทั้งฟิลเลอร์หรือสารแปลกปลอมชนิดอื่น ก็สามารถปรับแก้ไขได้ เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีปัญหา จมูกงุ้ม จมูกเบี้ยว จมูกเอียง จมูกมีฮัมพ์ จมูกใหญ่ จมูกสั้น เป็นต้น (ร้อยไหมจมูก VS เสริมซิลิโคนแตกต่างกันอย่างไร)

ช่องทางการติดต่อ

แผนที่สาขา (ลาดพร้าว62): Click Here

มหาชัย: 099-562-4446

แผนที่สาขา (มหาชัย): Click Here

ราชบุรี: 094-664-6292

แผนที่สาขา (ราชบุรี): Click Here

อันดับ 5

THE KLINIQUE

THE KLINIQUE Nose Reconstruction คือ การศัลยกรรมเสริมจมูก ด้วยเทคนิคเกาหลี (Korean Nose Surgical Technique) ซึ่งเป็นเทคนิคการศัลยกรรมที่เน้นที่สร้างสรรค์จมูกให้มีความโด่งและเรียวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับรูปหน้า ช่วยเสริมให้ใบหน้ามีมิติโดดเด่นมากขึ้น โดยทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ออกแบบรูปทรง ของจมูกและรูปแบบการผ่าตัดให้เหมาะสมโดยเฉพาะแต่ละบุคคล

ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 6

ศัลยกรรมจมูกโรงพยาบาลบางมด

ศัลยกรรม "จมูก" เป็นศัลยกรรมยอดฮิตที่ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีนิยมทำกันมาก เพราะอยู่จุดศูนย์กลางของใบหน้า ซื่งศัลยกรรมจมูกไม่เพียงแต่เป็นการปรับให้รูปหน้าดูเด็กลง แต่ยังช่วยปรับในเรื่องโหวงเฮ้งให้ดีขึ้นด้วย เพราะการมีใบหน้าที่สวยลงตัวจะทำให้ดูมีมิติทั้งยังเพิ่มเสน่ห์ให้กับตนเองอีกด้วย

ซึ่งการศัลยกรรมจมูกในปัจจุบัน สามารถทำได้ง่านและปลอดภัย ใช้เวลาในการทำศัลยกรรมและพักฟื้นไม่นาน โดย "เทคนิคบางมด" แพทย์จะทำศัลยกรรมจมูก โดยคิดอัตราส่วนและระดับของดั้งอย่างลงตัวและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล คงความโดดเด่นของใบหน้าให้มีเอกลักษณ์ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. ความยาวของจมูกที่เป็นมาตรฐาน คือสัดส่วน 1 ใน 3 ของความยาวรูปหน้า สำหรับความกว้างของปีกจมูกนั้นจะอยู่ 1 ใน 5 ของความรูปหน้า ระยะห่างระหว่างจมูกและปากอยู่ที่ 1 ต่อ 1.6
  2. จุดเริ่มต้นของจมูก ที่สวยงามและให้ความเป็นธรรมชาติจะอยู่ระดับขนตา ซึ่งแพทย์จะทำการปรับและตกแต่งเพื่อเหมาะสมกับระยะห่างของตา และลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคล
  3. ความชัน หรือความโด่งจะอยู่ที่ 36 – 40 องศา และมุมระหว่างจมูกกับหน้าผากนั้นจะอยู่ที่ 135 – 140 องศา
  4. การทำมุมระหว่างจมูกกับร่องเหนือริมฝีปากนั้นจะทำมุม 90 – 95 องศาในผู้ชายและผู้หญิงจะอยู่ที่ 95 – 100 องศา
  5. รูปร่างของรูจมูกจะต้องคล้ายเม็ดถั่วมีอัตราส่วนเมื่อเทียบกับความสูงของปลายจมูกจะอยู่ที่ 4 ต่อ 6

ทั้งนี้การทำศัลยกรรมจมูก เเบ่งออกตามรูปเเบบและความต้องการแก้ปัญหา ได้แก่ เสริมจมูก

"การเสริมจมูก" เเบ่งเป็น

  1. การใช้เนื้อเยื่อของตัวเอง ได้แก่ กระดูกซี่โครง เเละกระดูกอ่อนหลังหู
  2. การใช้วัสดุภายนอก ได้แก่ การใช้ซิลิโคน ซึ่งเป็นซิลิโคนที่ใช้ในทางการแพทย์ (Medical grade) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากการใช้ซิลิโคนจะสามารถกำหนดรูปทรงจมูกได้ตรงตามที่ต้องการมากกว่า
  3. การแก้ไขจมูก นำซิลิโคนออกเพื่อเปลี่ยนทรง

สำหรับการเสริมจมูกด้วย “เทคนิคบางมด” จะมีความอ่อนนุ่ม โดยมีการตีโค้งบริเวณสันจมูก และทำปลายให้เป็นทรงหยดน้ำเล็กน้อย แพทย์จะเลือกใช้ซิลิโคนแบบอ่อนบิดได้ นำมาเสริมบริเวณชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก พร้อมทั้งออกเเบบความยาวของจมูกให้เหมาะสมรับกับใบหน้า

การเสริมจมูกให้สวยนั้น มีสวยหลายแบบค่ะ อยู่ที่ว่าเราต้องการแบบไหนเป็นหลัก

  1. สวยตามหลักการแพทย์ คือ ต้องให้เหมาะสม ได้สัดส่วนกับโครงสร้างใบหน้า…ตามตำราเลยค่ะ เช่น ปีกจมูกต้องกว้างไม่เกินความกว้างของหัวตา, จมูกควรยาวเป็น1/3ของความยาวใบหน้า, จุดสูงสุดของดั้งจมูกควรอยู่ระหว่างหัวคิ้วกับหัวตา เป็นต้น
  2. สวยตามบุคลิกนิสัย นอกจากให้เหมาะกับโครงสร้างหน้าแล้ว ยังต้องดูลักษณะบุคลิกของแต่ละคนด้วยค่ะ ตัวอย่างเช่น คนที่เป็นคนเปรี้ยว ชอบแต่งตัว มักชอบทรงจมูกที่สูงดูเด่น เรียกว่า “สวยเด่น” ใครมองก็รู้ว่าเสริมจมูกมา ชอบให้คนทัก ในขณะที่คนที่บุคลิกเรียบร้อย มักชอบทรงจมูกแบบไม่สูงมาก ให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องการให้คนรู้ว่าไปเสริมจมูกมา เรียกว่า “สวยแบบธรรมชาติ” เป็นต้น
  3. สวยตามหลักโหงวเฮ้ง มีหลายคนมาเสริมจมูกเพราะต้องการโหงวเฮ้งที่ดี ซึ่งจมูกที่สวยตามหลักโหงวเฮ้ง มักจะไม่ได้ดูสวยงามตามหลักการแพทย์หรือตามทั่วๆ ไปค่ะ เช่น ปีกจมูกและปลายจมูกที่มีเนื้อมาก เชื่อว่าทำให้มั่งคั่ง ร่ำรวย, ปลายจมูกที่งุ้มเป็นทรงหยดน้ำหรือปลายจมูกที่แหลม อาจดูสวยโดยทั่วไป แต่ไม่ดีตามหลักโหงวเฮ้ง เป็นต้นค่ะ

ดังนั้น หากต้องการเสริมจมูกให้สวย ต้องถามตัวเองก่อนว่าอยากสวยแบบไหน และลองปรึกษาแพทย์ดูนะคะ จะได้สวยแบบที่เราต้องการได้ค่ะ

** ข้อมูลจาก……นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและความงาม รพ.บางมด

ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 7

Amed Clinic

Amed Clinic ที่นี่จะเน้น การเสริมจมูก สไตล์เกาหลี ทางคลินิกได้นำนวัตกรรมเหล่านั้นมาให้บริการและทำการรักษาให้กับคนไทย ที่ต้องการความหล่อสวยระดับเดียวกันกับประเทศเกาหลี รวมถึงประสบการณ์ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ล้วนแล้วแต่มืออาชีพไม่ต่างจากทีมแพทย์เกาหลีชื่อดังในกรุงโซลมีดาราเซเลป และเน็ตไอดอลต่างพากันเข้าไปใช้บริการกันไม่เว้นแต่ละวัน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคลินิกที่ไม่แพ้ใครเลยค่ะ ศัลยแพทย์ของ Amed Clinic พร้อมให้คำปรึกษา และดูแลทุกท่านอย่างเต็มที่แน่นอนค่ะ โดยทรงจมูกยอดฮิตของที่นี่นะคะ ต้องสวยรัดแกนทำให้หน้าไม่แบนปลายจมูกดูมีความละมุน หรือจะเป็นทรงจมูกสวยคม สันสโลปปลายพุ่ง ทรงจมูกเรียวยาว ใครที่ชื่นชอบทรงนี้ลองเข้าไปปรึกษาคุณหมอดูก่อนได้นะคะ

ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 8

Masterpiece Hospital

การดูแลผิวพรรณ และความสวยอย่างที่คุณต้องการ “โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ” โรงพยาบาล ศัลยกรรมตกแต่งและเลเซอร์ผิวพรรณ พร้อมให้บริการความงาม โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และทีมงานมากประสบการณ์ที่จะให้การดูแล วิเคราะห์สภาพปัญหาต่างๆ และให้คำแนะนำ อย่างตรงไปตรงมาในการรักษาโดยละเอียด เพื่อให้ความสวยของคุณเป็นไปได้ดั่งที่ใจต้องการ โดยเรามีการร่วมมือประสานงานทั้งเทคนิค และนวัตกรรมทางการแพทย์ โดยตรงจากต่างประเทศอยู่เสมอ รวมถึงเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล ปลอดภัย สามารถตอบโจทย์สำหรับผู้ที่อยากสวยได้ดั่งใจด้วยการศัลยกรรม

เลือกทรงจมูกอย่างไร ให้เหมาะกับใบหน้า

หลักการประเมินรูปทรงจมูก เพื่อให้ได้รูปทรงสวยงามรับกับขนาดของใบหน้า แพทย์จะทำการประเมิน โดยดูขนาดความกว้างของหัวตา และบริเวณสันจมูก ประเมินความหนาและความกว้างของเนื้อบริเวณปลายจมูก ตามด้วยการวัดความยาวของสันจมูกถึงปลายจมูก การประเมินความหนาของผิวหนังทั้งหมดโดยเฉพาะบริเวณจมูก และดูลักษณะและรูปทรงจมูกเดิมของคนไข้ร่วมด้วย ทั้งนี้การทำศัลยกรรมเสริมจมูก แม้ว่าจะใช้วัสดุชนิดเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่เลือก ลักษณะเดิมของจมูก และความชำนาญของแพทย์

ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 9

Teeraporn Clinic

จะต้องไม่พลาดที่จะเข้ามาใช้บริการ กับการทำศัลยกรรมเสริมความงามทุกรูปแบบ ที่มีให้บริการให้คุณได้ไม่พลาดทั้งการเสริมตา 2 ชั้น, การเสริมจมูก, การดึงหน้าเฟซล็อค ให้ใบหน้าของคุณกลับมามีรูปทรงดูสวยอีกครั้งเข้าใช้บริการได้ใน Teeraporn Clinic มีบริการให้คุณได้พร้อมกับการศัลยกรรมบนใบหน้ากับทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญ นำทีมโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์วงการศัลยกรรมจมูก ให้คุณได้มั่นใจกับการให้บริการที่เตรียมเครื่องมือทันสมัยให้การศัลยกรรมเสริมจมูกที่มั่นใจได้เลยว่าใส่ใจทุกขั้นตอนการทำให้จมูกของคุณได้ดูดีที่สุดได้ไม่ยากกันแล้ว หากมีปัญหาไม่รู้ว่าจะ แก้จมูกที่ไหนดี มาใช้บริการ Teeraporn Clinic ให้คุณได้แก้จมูกที่เสียให้เข้าทรงอีกครั้งได้ไม่ยาก

ขั้นตอนการผ่าตัดทั้งหมด

แพทย์ใช้เวลาเพียง 30-45 นาที หลังการผ่าตัดให้นอนพักประมาณ 1 ชม. เพื่อประคบผ้าเย็น และให้หมดฤทธิ์ยานอนหลับแล้วคุณก็สามารถกลับบ้านได้ ถ้ามีการตัดไหม แพทย์จะนัดหลังการผ่าตัด ประมาณ 5-7 วัน ให้มาพบแพทย์หลังการผ่าตัดประมาณ 1-2 อาทิตย์ ตามที่แพทย์นัดโดยทั่วไปจมูกจะยุบบวมและเข้าที่ประมาณ 1 เดือน ดังนั้นคุณต้องระมัดระวังพอสมควรเรื่องการโดนกระแทก และควรอยู่ห่างเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ เพราะต้องรอเวลาเพื่อให้แท่งซิลิโคนถูกเนื้อจมูกห่อหุ้มให้แน่นมากๆ ก่อน (ประมาณ 1-3 เดือน) จึงจะสามารถทนแรงกระทบได้มาก แล้วคุณสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ พร้อมกับมีจมูกที่โด่งสวยและมีปีกจมูกที่เหมาะสมกลมกลืนกับใบหน้าอีกด้วย

ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 10

โรงพยาบาลยันฮี

มาที่โรงพยาบาลยอดนิยมอย่าง “ยันฮี”

  1. มีทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ซึ่งทุกท่านเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย มีประสบการณ์การผ่าตัดเสริมจมูกกว่า 135,000 ราย
  2. ห้องผ่าตัด เครื่องมือ และอุปกรณ์การแพทย์ที่สะอาดได้มาตรฐานระดับสากล
  3. แพทย์เหลาซิลิโคนเองเคสต่อเคส เพื่อให้ออกมาดูสวยและเหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย
  4. รับประกันหลังเสริมจมูก 6 เดือน

การเสริมจมูก ที่โรงพยาบาลยันฮี เป็นการแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกที่อาจแลดูแล้วไม่ได้รูปทรงที่สวยงาม ไม่มีมิติ ไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสม เมื่อวัดจากหน้าผาก ปลายจมูก และคาง หรือที่เรียกว่า “สัดส่วนทองคำ (golden ratio)” ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ต้องวัดแล้วได้สัดส่วนที่เท่ากัน การผ่าตัดศัลยกรรมจมูกนอกจากทำเพื่อความสวยงามแล้ว ก็ยังทำเพื่อแก้ไขจมูกที่ผิดรูปร่าง หรือเสียหายจากอุบัติเหตุ หรือการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง หรือแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ และความบกพร่องที่มีมาแต่กำเนิดได้อีกด้วย

4 วิธี ลดอาการบวมช้ำหลังศัลยกรรมให้เข้าที่เร็วขึ้น!

หลังจากการผ่าตัดศัลยกรรมย่อมเกิดแผลตามมาเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะอาการบวมช้ำยิ่งพบเจอได้ทั่วไปสำหรับการศัลยกรรม หลายคนซีเรียสมากกับเรื่องนี้เพราะกลัวจะหายช้า กลัวจะช้ำหลายวัน จนบางครั้งเครียดกว่าการผ่าตัดซะอีก

หลายคนชอบคิดว่าอาการบวมช้ำนั้นเป็นเพราะหมอมือหนัก หมอไม่เก่ง จริงๆ แล้วอาการบวมหรือช้ำหลังการผ่าตัดนั้น เรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นหลังการผ่าตัดทุกชนิด เพราะการผ่าตัดนั้นเป็นการทำให้เนื้อเยื่อได้รับการบาดเจ็บชนิดหนึ่ง ซึ่งสภาพร่างกายแต่ละคนก็มีการตอบสนองที่ต่างกันไป

แม้ว่าการผ่าตัดจะจบไปแล้ว แต่ขั้นตอนการดูแลฟื้นตัวหลังการผ่าตัดเพิ่งเริ่มขึ้น…ใครที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมหรือเพิ่งผ่านการศัลยกรรมมาหมาดๆ แล้วอยากให้แผลหายเร็ว ฟื้นตัวให้เร็วขึ้น เรามี 4 วิธีลดอาการบวมช้ำหลังการศัลยกรรมมาบอก!!

ประคบเย็น

ประคบเย็นทันทีหลังผ่าตัดเสร็จและประคบต่อเนื่องไป 48 ชั่วโมง โดยใช้เจลแพ็กหรือผ้าขนหนูที่เปียกแช่ช่องแข็ง หรือผ้าห่อน้ำแข็งสลับกันประคบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการประคบเย็นจะช่วยควบคุมการเสียเลือด ลดความเจ็บปวด และการบวมของแผล และความเย็นที่ถูกประคบลงบนผิวจะทำให้แผลมีการหดตัวของหลอดเลือด นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความหนืดของเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวและหยุดไหล ช่วยลดอาการบวมได้อีกด้วย

แต่การประคบเย็นก็มีข้อระวัง! สำหรับใครที่เสริมจมูกและคางให้ประคบบนจมูก หน้าผาก และบริเวณรอบๆ แทน ไม่ควรประคบบนตัวซิลิโคนเพราะอาจทำให้ซิลิโคนเคลื่อนตัวได้

ยกหัวให้สูง

ในช่วง 3-5 วันแรก หากทำศัลยกรรมจมูก ควรยกหัวให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อยับยั้งการรั่วไหลของสารน้ำออกจากเส้นเลือดให้เร็วที่สุด ซึ่งจะลดอาการบวมได้ โดยในช่วงการนอนหลับให้นอนหมอนสูงหรือนอนให้หัวอยู่สูงกว่าปกติ

ประคบอุ่นเมื่อครบ 1 สัปดาห์

หลังจากครบ 1 สัปดาห์ให้เปลี่ยนมาประคบอุ่นแทน เพราะความร้อนจากการประคบอุ่นจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวรับการดูดซึมกลับของสารน้ำต่างๆ ที่ค้างอยู่ในเนื้อเยื่อที่บวมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ความร้อนยังช่วยให้ลิ่มเลือดเก่าละลายเร็วขึ้น แถมยังส่งผลให้พังผืดภายในที่แข็งเป็นไตนุ่มตัวเร็วขี้นด้วย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องระวังไม่ให้ร้อนเกินไป เพราะอาจลวกผิวหนังได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องหมั่นสังเกตด้วยว่า หากประคบร้อนลงไปแล้วอาการบวมกลับเป็นมากขึ้นก็ควรหยุดทันที!

อาหารช่วยลดบวม

ไม่ใช่แค่เรื่องการดูแลตัวเองเท่านั้น เรื่องอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน หลังการศัลยกรรมลองหันมากินอาหารจำพวก ฟักทอง สาหร่าย ใบบัวบก หรือถั่วดำดูสิ เพราะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทั้งวิตามินเอ ช่วยลดการติดเชื้อหลังผ่าตัด ช่วยขจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม ช่วยลดอาการบวม แร่ธาตุ ใยอาหาร และธาตุเหล็ก ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น ลดอาการบวมช้ำ แถมยังช่วยบำรุงโลหิต ขจัดสารพิษในร่างกาย และลดการติดเชื้อได้อีกด้วย

ถ้าไม่อยากหน้าบวมหรือช้ำนานหลังการผ่าตัด ลองนำวิธีเหล่านี้ไปทำตามกันดู อยากสวยอย่างเดียวคงไม่พอ...ต้องมีวินัยในการดูแลตัวเองด้วยนะ!

ช่องทางการติดต่อ