ปัจจุบันปัญหาผิว ที่ผู้หญิงทุกคนต้องเผชิญเมื่ออายุมากขึ้นก็คือ ผิวเริ่มผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ทำให้เกิดความหย่อนคล้อยและดูมีอายุมากขึ้น หลายคนจึงเลือกที่จะเข้ารับการผ่าตัดเพื่อดึงหน้า โดยต้องแลกกับการเจ็บตัวและจ่ายเงินในราคาสูง แต่ในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีที่เรียกว่าการ “ร้อยไหม” เกิดขึ้น แม้ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ถาวร แต่ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่กลัวการผ่าตัด เพราะเจ็บน้อยกว่า ไม่ต้องพักฟื้น ทั้งยังมีราคาไม่สูงมาก

ร้อยไหม คืออะไร?

การร้อยไหม เป็นหนึ่งในนวัตกรรมเสริมความงาม ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะมีค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเทียบกับการผ่าตัด การร้อยไหม ช่วยยกกระชับผิวให้เต่งตึง โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดและทำให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัย

ลักษณะของไหมที่ใช้

ไหมที่ใช้ร้อยเพื่อการยกกระชับแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ไหมละลายและไหมไม่ละลาย โดยไหมที่นิยมใช้และได้มาตรฐานในปัจจุบัน จะเป็นไหมชนิดที่สามารถละลายได้เองตามกลไกธรรมชาติ และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย โดยไม่ต้องกังวลอันตรายในเรื่องของสารตกค้างบนใบหน้าเลย

วัสดุที่นำมาใช้ในการทำไหมละลายจะมีดังนี้

  1. PDO (Polydioxanone) เป็นวัสดุที่ใช้ในทางการแพทย์ ไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง แข็งแรงทนทาน มีความยืดหยุ่นได้ดี ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ สามารถยึดเกาะกับผิวได้ดี
  2. PLLA (Polylactic acid) เป็นวัสดุมีความแข็งแรง คงทน แต่ไม่ค่อยยืดหยุ่น ทำให้ขาด เปราะหักง่าย สามารถกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้ดี
  3. PCL (Polycaprolactone) เป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง เมื่อมีการขยับใบหน้า เส้นไหมจะมีการยืดหยุ่นไปตามการเคลื่อนไหวของใบหน้า ลดโอกาสการเกิดไหมขาดได้ดี กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้นาน

ร้อยไหมแล้วเป็นอันตรายไหม?

การร้อยไหมนั้นเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ในหลากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ไหมที่ใช้นั้นเป็นไหมที่ได้รับการรับรอง สำหรับใช้ยกกระชับใบหน้าโดยเฉพาะ จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เนื่องจากวัสดุของเส้นไหมเป็นเกรดทางการแพทย์ สามารถสลายได้เอง ตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย และไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ทั้งนี้ทั้งนั้นการร้อยไหมนั้นควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ร้อยไหมที่ได้สวยถูกใจ

ข้อดีของการร้อยไหม

  1. ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีความเสี่ยงในการวางยาสลบ
  2. ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก
  3. ใช้เวลาทำไม่นาน สะดวกรวดเร็ว
  4. เห็นผลหลังทำทันที
  5. ไม่มีรอยแผลขนาดใหญ่ให้เป็นที่กังวลใจ ไม่ต้องพักฟื้นระยะเวลานาน
  6. มีผลข้างเคียงน้อย มีอาการบวมช้ำหลังทำไม่มาก (ขึ้นกับเทคนิคที่ใช้ จำนวนไหมที่ร้อย และรูปหน้าของแต่ละคน)

ข้อเสียของการร้อยไหม

  1. การร้อยไหมไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ถาวร ทำให้ต้องร้อยไหมใหม่เพิ่มอีกหากใบหน้ากลับมาหย่อนคล้อย
  2. หากมีการร้อยไหมถี่จนเกินไป โดยทิ้งช่วงเร็วกว่าประมาณ 6 เดือน อาจทำให้เกิดพังผืดบริเวณใต้ชั้นผิวได้
  3. อาจมีอาการบวม ฟกช้ำ ระบมใต้ชั้นผิวหลังหลังร้อยได้ เนื่องจากเงี่ยงไหมไปเกาะกับผิวจะเกิดเป็นแผลขึ้นในช่วงแรกและจะมีการซ่อมแซมและหายเป็นปกติ
  4. การร้อยไหมไม่สามารถแก้ไขปัญหาร่องแก้มลึกตรงบริเวณ ปีกจมูกได้ จึงต้องเติมฟิลเลอร์ ร่วมด้วยเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
  5. ในส่วนของการวางตำแหน่งเส้นไหม หากร้อยผิดวิธีวางไหมตื้นเกินไปจะส่งผลเสียทำให้เกิดคลื่นไหม หรือ ริ้วไหมบนผิวได้ในนานกว่าปกติ ซึ่งสามารถสร้างความวิตกกังวลให้กับคนไข้ได้ ดังนั้นการร้อยไหมจึงจำเป็นต้องเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการร้อยไหมเท่านั้น

มีโรคประจำตัวร้อยไหมได้ไหม?

ผู้ที่มีโรคประจำตัวนั้น จะสามารถแบ่งได้เป็นสองกลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มที่สามารถร้อยไหมได้ และกลุ่มที่ไม่สามารถร้อยไหมได้ ซึ่งกลุ่มโรคที่ไม่แนะนำให้ร้อยไหม ได้แก่

  1. โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ SLE SLE เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ถ้าหากร้อยไหมจะเสี่ยง ต่อการติดเชื้อ การอักเสบตามบริเวณร่างกาย มีอาการบวม รอยเขียวช้ำ ได้มากกว่าปกติ
  2. โรคเบาหวาน (ที่ยังคุมน้ำตาลได้ไม่ดี) ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีหลอดเลือดแดงที่ตีบ ทำให้เวลาเกิดแผล จะขาดเลือดไปเลี้ยง จึงทำให้แผลหายช้ากว่าปกติ และ อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
  3. โรคความดันโลหิตสูง (ที่ยังควบคุมความดันได้ไม่ดี) เป็นภาวะผิดปกติของความดันเลือด ก่อนร้อยไหม จะมีการวัดความดันก่อนเสมอเพื่อเช็คค่าความดันเลือด หากคนที่มีความดันสูงมากๆ เวลาตื่นเต้น มี อาการกลัว ส่งผลทำให้ความดันสูง กระตุ้นให้เลือดไหลได้เยอะขึ้น เกิดการบวม ช้ำได้มากขึ้น
  4. โรคหัวใจ เป็นอาการที่หัวใจเต้นผิดปกติ เต้นผิดจังหวะ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจเวลาร้อยไหม อาจจะมีความตื่นเต้น ความวิตกกังวล ทำให้กระตุ้นโรคได้ ส่งผลเสียต่อการทำงานของหัวใจได้
  5. โรคไทรอยด์เป็นพิษ (ที่ผลเลือดยังไม่ปกติ) เป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมามากเกินไป ในขณะที่ร้อยไหมอาจส่งผลให้หัวใจเต้นผิดปกติ เหงื่อออกมากกว่าปกติ ส่งผลอันตรายได้

ดังนั้น ในรายที่มีโรคประจำตัว ควรแจ้งประวัติต่อแพทย์ก่อนการร้อยไหมทุกครั้ง รวมถึงประวัติเกี่ยวกับการแพ้ยา เนื่องจากแพทย์จะได้วางแผนการรักษาต่อคนไข้รายนั้นได้อย่างถูกต้อง

ผลข้างเคียงของการร้อยไหม

การร้อยไหมนั้นนอกจากจะช่วยให้ใบหน้าเรียวสวย ยกกระชับแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามยังมีผลข้างเคียงด้วยเช่นกัน โดยสามารถแบ่งได้เป็นผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติและไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย นั่นก็คืออาการบวมช้ำที่เกิดขึ้นหลังการร้อยไหม รวมไปถึงการเกิด รอยริ้ว ไหมหรือรอยรั้งไหม ที่ทำให้ผิวหน้าเป็นรอยบุ๋มหรือเป็นคลื่นๆ แต่อาการเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงระยะเวลาอันสั้น และจะสามารถหายได้เอง
ผลข้างเคียงอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น คือการร้อยไหมตื้นเกินไป จะทำให้เห็นเป็นปมไหม หรือเส้นไหม ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นเช่นนั้นก็จะต้องเอาไหมออก เพราะจะมีการติดเชื้อได้ และเกิดอาการบวม ซึ่งไม่ได้เป็นอาการบวมที่ปกติ คือมีอาการบวมขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจจะเกิดจากการติดเชื้อต่างๆ เส้นเลือดใหญ่ใต้ผิวบาดเจ็บ และ ท่อน้ำลายหรือต่อมน้ำลายบาดเจ็บ ในกรณีนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์โดยด่วน

การเตรียมตัวก่อนร้อยไหม

  1. งดยาแอสไพริน (Aspirin) ยาต้านการแข็งตัวของเลือด วิตามิน และอาหารเสริม ได้แก่ วิตามินอี คอลาเจน น้ำมันตับปลา ใบแป๊ะก๊วย นมผึ้ง ประมาณ 3-7 วันก่อนมาร้อยไหม เพื่อลดโอกาสเลือดออกเยอะขณะร้อยไหม
  2. ไม่มีประวัติการแพ้ยาชา เนื่องจากก่อนร้อยไหมทางคลินิกจะมีการแปะยาชาและฉีดยาชาให้ก่อนร้อยไหม
  3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1 วันก่อนมาร้อยไหม
  4. หากมีนัดทันตแพทย์ควรทำฟันก่อนมาร้อยไหม เพราะหลังร้อยไหมจะงดอ้าปากกว้าง 4 สัปดาห์
  5. หากมีโรคประจำตัวหรือมีประวัติการแพ้ยาควรแจ้งให้คุณหมอทราบล่วงหน้า
  6. ควรสระผมให้สะอาดก่อนมาร้อยไหม เนื่องจากหลังร้อยไหมไปจะมีรูไหมเข้าแถวช่วงบริเวณขมับตามไรผมซึ่งงดโดนน้ำ 2 วัน
  7. ในการร้อยไหมจะใช้ระยะเวลาประมาณ 60-90 นาที รวมปรึกษาและแปะยาชา แนะนำคนไข้ทุกท่านเผื่อเวลาสำหรับการร้อยไหม

หลังการร้อยไหม มีอาการอย่างไรบ้าง?

จะมีอาการบวม แดง เกิดรอยนูน และพบรอยช้ำ ผิวหน้าไม่เรียบตามแนวร้อยไหม จากอาการบวมเข็ม เนื่องจากเนื้อเยื้อได้รับการกระตุ้น และจะรู้สึกตึงผิวหน้าเหมือนไหมดึงรั้งในช่วงแรก อาการเหล่านี้จะหายได้เองในช่วง 1-2 สัปดาห์ และสามารถใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนของการร้อยไหม

การร้อยไหมเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนประมาณร้อยละ 15-20 ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและแก้ไขได้ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ มีดังนี้

  1. ใบหน้าไม่เท่ากัน คนไข้อาจมีใบหน้าไม่สมมาตรกันอยุู่แล้ว หรือเกิดความไม่เท่ากันของใบหน้าจากการร้อยไหมได้ แพทย์จึงอาจให้ผู้ป่วยส่องกระจกไปด้วยในระหว่างทำ เพื่อสังเกตความผิดปกติดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น
  2. การติดเชื้อ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้น้อย เพราะแพทย์มักใช้กระบวนการฆ่าเชื้อก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัย
  3. การอักเสบของเนื้อเยื่อ เนื่องจากไหมจะถูกร้อยลงไปที่บริเวณผิวหนังชั้นค่อนข้างลึก จึงเสี่ยงทำให้เกิดกลุ่มเนื้อเยื่อที่อักเสบขึ้นได้
  4. ไหมหลุดออกมา หลังจากสอดเส้นไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง แพทย์จะตัดปลายไหมส่วนเกินออก เพราะหากไหมยื่นออกมา คนไข้อาจเสี่ยงเกิดการติดเชื้อ และการอักเสบของเนื้อเยื่อตามมา
  5. ไหมแตกหัก เส้นไหมอาจเกิดการแตกหักในระหว่างขั้นตอนการสอดเข้าไปใต้ผิวหนังหรือขณะดึงรัดเส้นไหม

การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม

การดูแลตัวเองหลังร้อยไหมนั้น เป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากไหมจะใช้เวลาเซ็ตตัวเข้ากับผิวเราที่ประมาณ 4 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และได้หน้าที่ยกสวยได้นานๆ จึงจำเป็นต้องดูแลอย่างระมัดระวังในช่วงแรก โดยควรที่จะปฏิบัติตัวดังนี้

  1. หลังทำเสร็จประคบเย็นบริเวณที่ร้อยไหม 3วัน โดยเฉพาะวันแรก สามารถประคบบ่อยๆได้ยิ่งดี เนื่องจากความเย็นจะช่วยลดความบวมและความระบมหลังร้อยไหมได้
  2. แผลบริเวณไหมเข้าตรงขมับ งดโดนน้ำ 2วัน ส่วนบริเวณอื่นสามารถโดนน้ำได้ตั้งแต่หลังทำทันที เนื่องจากป้องกันการติดเชื้อเพราะรูไหมเข้าจะยังไม่ปิด ทำให้เชื้อโรคสามารถเข้าไปตามแนวไหมได้
  3. งดแอลกอฮอล์ ของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารแสลง 1-2สัปดาห์ เพื่อไม่ให้หน้าบวม
  4. งดเลเซอร์ ทรีทเม้นท์ อบซาวหน้า กด นวด คลึงบริเวณใบหน้า 4สัปดาห์ เพราะไหมจะเคลื่อนได้
  5. งดการออกกำลังกายหนักที่ทำให้เกิดการขยับใบหน้าเยอะอย่างน้อย 2 สัปดาห์แรกหลังร้อยไหม แนะนำเป็นการออกกำลังกายเบาๆที่ไม่สะเทือนใบหน้ามากนักแทนไปก่อน เช่น เปลี่ยนจากการวิ่งเป็นการเดินเร็วแทน
  6. พยายามขยับใบหน้าให้น้อยที่สุดในช่วง 4สัปดาห์ เพราะไหมจะขยับตามการขยับของกล้ามเนื้อใบหน้าเวลาแสดงสีหน้าทุกครั้ง
  7. งดการนอนตะแคงหรือนอนคว่ำประมาณ 2-4 สัปดาห์
  8. สามารถแต่งหน้าและทาครีมปกติ ให้ทาเบาๆลูบขึ้นค่ะ
  9. แนะนำให้ใส่ผ้ารัดหน้าหลังจากทำการร้อยไหม เพื่อช่วยพยุงไหมและลดบวม
  10. รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

ร้อยไหมที่ไหนดี?

ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะถ้าทำคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานอาจเกิดการติดเชื้อหรือทำให้ใบหน้าผิดรูปได้

The Best Brand Thailand ได้รวบรวมคลินิกความงามที่ร้อยไหมที่ดีที่สุด ปี 2022 มาให้เลือกกัน

อันดับ 1

โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล

โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ในเครือของโรงพยาบาลบางปะกอก (BPK Hospital Group) ตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 กรุงเทพมหานคร เริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2546 ก่อตั้งโดย แพทย์หญิงเจรียง จันทรกมล และรองศาสตราจารย์พิทยา จันทรกมล

โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพจากองค์กร JCI (The Joint Commission International) และได้การรับรองมาตรฐานคุณภาพจาก HA (Hospital accreditation) เพียบพร้อมด้วยศูนย์การแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขา มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันทางการแพทย์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อรองรับต่อความต้องการของผู้ป่วย ให้บริการผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วโลก

การร้อยไหม (Magical Thread Lift)

การร้อยไหม แบบยึดกับผิวหน้า เป็นนวัตกรรมในการสอดไหมละลายชนิดมีเงี่ยงเข้าใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อดึงยกจุดหย่อนคล้อย และแก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้า เช่น ยกคิ้ว ยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงทำให้ผิวกระชับขึ้น ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแบบใด
  1. ใบหน้าหย่อนคล้อย
  2. การปรับรูปหน้า
  3. แก้ไขจุดบกพร่องของใบหน้า
  4. เป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้กับผู้ที่ไม่ต้องการทำศัลยกรรมตกแต่งสำหรับการผ่าตัดดึงหน้า
อุปกรณ์ที่ใช้
  1. ไหมชนิดมีเงี่ยง (จากเกาหลี)
การเตรียมตัวสำหรับการเข้ารับบริการ
  1. งดวิตามิน อาหารเสริม จำพวก น้ำมันตับปลา แปะก๊วย จิงโก๊ะ วิตามินอี หรือยาแอสไพลิน อย่างน้อย 1 สัปดาห์ (เพราะยากลุ่มนี้จะทำให้เลือดออกและหยุดช้า ทำให้มีโอกาสเขียวช้ำง่าย)
  2. ถ้ามีการฉีด Botox ควรเว้นระยะห่างก่อนมา ร้อยไหม อย่างน้อย 1 เดือน
ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 2

โรงพยาบาลเลอลักษณ์

ร้อยไหม เป็นวิธีการศัลยกรรมแบบหนึ่งที่ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวสวยโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นและมีผลข้างเคียงน้อย ด้วยการนำเส้นไหมชนิดพิเศษมาร้อยเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ มีผลทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนรอบๆ เส้นไหม ซึ่งทิศทางการร้อยของเส้นไหมที่สานกันเป็นร่างแหจะทำให้เกิดแรงดึง แรงยกในชั้นผิวหนัง ใบหน้าจึงดูเต่งตึงและกระชับขึ้นหลังการร้อยไหม จะเห็นผลหลังทำครั้งแรกภายใน 1-2 สัปดาห์ ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1 ปี

ประเภทของไหม มี 2 ประเภท

กลุ่มไหมถาวร

GOLD THREAD หรือ การร้อยไหม ทอง เป็นการนำไหมที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ขนาดเท่าเส้นผม ร้อยเป็นลักษณะโครงตาข่ายในชั้นผิวหนัง โดยทองคำจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกาย มีการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น และมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ แต่เพราะด้ายทองไม่มีปมหรือแง่งใดๆ จึงไม่มีผลในการยกกระชับมากนัก ต้องรอผลจากการกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซม จะเริ่มเห็นผลหลัง 1 เดือนไปแล้ว ไหมทอง 1 เส้น ยาว 50 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.1 มิลลิเมตร ขณะร้อยเข้าไปในชั้นผิวหนังก็จะตัดไหมไปเรื่อยๆ จึงใช้ไหมเพียงไม่กี่เส้นในการร้อยทั้งหน้า แต่มีข้อเสียตรงที่ค่าใช้จ่ายสูงมาก เพราะราคาต่อเส้นอยู่ที่ประมาณ 250,000 บาท

กลุ่มไหมละลาย

ปัจจุบันนิยมใช้ไหม PDO (Polydioxanone) ซึ่งเป็นไหมละลาย ลักษณะเป็นเส้นตรง ขนาดเล็กมาก ยาว 3-9 เซนติเมตร เป็นไหมชนิดเดียวกับที่ใช้ในการเย็บผนังเส้นเลือดหัวใจ มีปฏิกิริยาการอักเสบต่อผิวหนังน้อยมาก โอกาสแพ้จึงมีน้อยเช่นกัน เมื่อนำไหมนี้มาร้อยเข้าไปใต้ผิวหนัง จะช่วยให้ใบหน้าเต่งตึงและกระชับขึ้น ไหมจะค่อยๆ ละลายไปภายใน 6-8 เดือน ไม่เหลือตกค้างให้เกิดผลข้างเคียง

ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 3

ตรีสุรางค์ คลินิก

ตรีสุรางค์ คลินิก เป็นคลินิกหนึ่งที่ขึ้นชื่อใน จังหวัดสมุทรสาคร และ ราชบุรี ในการปรับรูปหน้า ร้อยไหมหน้าเรียว หน้าเด้ง ยกกระชับ ด้วยเทคนิคที่การันตรี จากใบ certificate จากประเทศเกาหลี และ ประเทศดูไบ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่บริหารงานโดยคุณหมออ๊อม หรือ พญ.ตรีสุรางค์ ลิ้มไพบูลย์ นอกจากใบการันตรีจากนานาประเทศแล้ว คุณหมอยังมีฝีมือด้านการปรับรูปหน้าให้สวยงาม วีเชฟ และยังเสริมโหงวเฮ้ง อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการร้อยไหมใบหน้าด้วย ไหมก้างปลา ไหมกุหลาย ไหมคอลลาเจน ไหมโมลลิ่ง ที่เน้นการยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าเรียวเล็ก หน้าเด็ก อ่อนกว่าวัย และ ยังเชี่ยวชาญการร้อยไหมจมูก ให้โด่งสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่บวม ไม่ช้ำ

ช่องทางการติดต่อ

แผนที่สาขา (ลาดพร้าว62): Click Here

มหาชัย: 099-562-4446

แผนที่สาขา (มหาชัย): Click Here

ราชบุรี: 094-664-6292

แผนที่สาขา (ราชบุรี): Click Here

อันดับ 4

นิติพล คลินิก

นิติพล คลินิก เติบโตภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว และมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับและให้บริการแก่ลูกค้าอย่างทั่วถึง จนในขณะนี้ นิติพล คลินิก มีสาขาว่า 130 สาขาทั่วประเทศ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า พร้อมการบริการที่เป็นหนึ่งจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และทีมงานที่มีความรู้ความชำนาญเป็นเลิศ ทำให้นิติพล คลินิก ไม่ได้เป็นเพียงคลินิกดูแลผิวพรรณ แต่เป็นสถาบันดูแลความงามครบวงจรที่รวม “ศาสตร์” แห่งการแพทย์ที่ล้ำสมัย และ “ศิลป์” เพื่อความงาม ให้ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว เรื่องของการลดเลือนริ้วรอย ปรับรูปหน้า

การร้อยไหม Dragon เป็นวิธีปรับรูปหน้ากี่งศัลยกรรม เพื่อยกหน้าและทำหน้าเรียว โดยใช้เข็มสอดเส้นไหมไปตามแนวยกหน้า ไหมที่ใช้เป็น PDO (Polydioxanone) ซึ่งเป็นไหมละลายใช้เย็บผนังหลอดเลือดหัวใจ ไม่ทำปฏิกิริยาต่อผิวหนัง จึงมีโอกาสที่จะเกิดอาการแพ้ได้น้อยมาก PDO ยังกระตุ้นการสร้าง Collagen Hyaluronic acid ขึ้นมาใหม่รอบเส้นไหม ช่วยยกกระชับผิวหน้า และภายใน 6 เดือน เส้นไหมจะละลายไปโดยไม่เหลืออะไรตกค้าง แต่ผลของเยื้อเยื่อ Collagen Hyaluronic ยังคงอยู่ ฤทธิ์ยกหน้าปรับรูปหน้าอยู่ได้นานราว 1 ปี

Dragon Silk

เป็นไหม PDO แบบเนื้อเหนียว ขนาดใหญ่ เบอร์ 21 มีเงี่ยง 2 ทาง เงี่ยงหล่อแข็งแรงดุจเกล็ดมังกร การยกหน้าเรียว ใช้เพียง 4 เส้น แตกต่างจากไหมเงี่ยงอื่นๆ ที่ใช้ครั้งละ 10 เส้นขึ้นไป ยิ่งใช้น้อยเส้นแต่ได้ผลดีถือว่าดีกว่าชนิดต้องใช้มากเส้นค่ะ

เคล็ดลับการดูแลหลังร้อยไหม ของนิติพลคลินิก
  1. งดเครื่องดื่ม Alcohol หลังทำ 48 ชั้วโมง
  2. งดกดนวดบริเวณร้อยไหม 7 วัน
  3. ห้ามอ้าปากกว้างๆ เต็มที่ 14 วัน อาจรัดด้วยสายรัดหน้าเพื่อป้องกันการอ้าปากกว้าง
  4. ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมได้
ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 5

โรงพยาบาลยันฮี

การร้อยไหมคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
การร้อยไหมที่โรงพยาบาลยันฮี เป็นวิธียกกระชับผิวที่ใช้ได้ทั้งกับผิวหน้าและผิวกาย เพียงแต่นิยมใช้กับผิวหน้ามากกว่า ช่วยแก้ปัญหาผิวหนังบนใบหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณแก้ม ร่องจมูก ขากรรไกร หน้าผาก โดยใช้ไหมละลายจำนวนหลายเส้นร้อยเข้าไปในใต้ผิวหนัง การทำเช่นนี้ส่งผลให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิว และมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่บริเวณรอบเส้นไหม ทำให้ผิวหน้าถูกดึงรั้งจนเต่งตึง ทั้งยังช่วยให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงผิวหนังบริเวณดังกล่าวมากขึ้น
ไหมที่ใช้ในกระบวนการนี้มีให้เลือกหลายชนิด แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือไหมละลาย PDO ทำจากโพลีไดออกซาโนน (Polydioxanone) ซึ่งใช้ในการเย็บแผลผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ มักไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้และได้รับการรับรองความปลอดภัย จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และไม่ต้องเป็นกังวลว่าเส้นไหมเหล่านี้จะติดอยู่ใต้ผิวหนัง เพราะไหมจะค่อยๆ สลายตัวไปเองภายใน 8 เดือน หลังการร้อยไหมแบบไม่ผ่าตัดคุณหมอให้คำแนะนำเป็นอย่างดี หน้าจะเด็ก ลดอายุได้เยอะ
ผลลัพธ์ยกกระชับใบหน้า ด้วยการร้อยไหม

การร้อยไหม เป็นเทคนิคการยกกระชับผิวหน้าเพียงชั่วคราว โดยผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 1-2 ปี และอาจเริ่มกลับมาหย่อนคล้อยเล็กน้อยหลังจาก 6 เดือนแรก ทำให้อาจต้องเข้ารับการร้อยไหมอีกครั้งเพื่อคงผลลัพธ์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น โดยทั่วไปใบหน้าของผู้เข้ารับการร้อยไหมอาจบวมในตอนแรก และกลับมาดูเป็นปกติภายในประมาณ 24-48 ชั่วโมง แต่บางรายอาจปรากฏรอยพับหรือรอยย่นของผิวหนังเป็นเวลาหลายสัปดาห์ได้

ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 6

Pongsak Clinic

ความร่วงโรยและการหย่อนคล้อย ของผิวพรรณมาพร้อมวัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งโปรแกรม ‘Lift & Firm’ หรือ ‘การร้อยไหมยกกระชับ' เป็นอีกหนึ่งเทคนิคในการดูแลตัวเอง ที่ช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้า และแก้ปัญหาต่างๆ ที่นอกเหนือจากความสามารถของ 'Botulinum Toxin A' และ ‘Dermal Filler' ทำให้ใบหน้ายกกระชับ ปรับรูปหน้าให้คมชัดเข้ารูป ร่องแก้มตื้นขึ้น และแก้ปัญหาคางสองชั้น โดยการนำไหมมาร้อยเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังเกาะเกี่ยวเนื้อเยื่อ ให้ยกขึ้นในลักษณะเดียวกับการดึงหน้า กระตุ้นให้ผิวหนังสร้างคอลลาเจน กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง และปรับวัฏจักรวงจรผิวใหม่

บริเวณที่สามารถร้อยไหมยกกระชับ
บริเวณใบหน้าและลำตัว ได้แก่ หัวคิ้ว หางคิ้ว ถุงใต้ตา มุมปาก ร่องแก้ม คอ ใต้ท้องแขน หน้าอก หน้าท้อง น่อง เป็นต้น
ชนิดของไหม มี 4 แบบ
  1. ไหม PDO (Polydioxanone) เป็นไหมเส้นเดียว เริ่มแรกใช้ในวงการแพทย์ในการเย็บหัวใจและหลอดเลือด สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ
  2. ไหม Spring Lock ลักษณะเกลียวคล้ายสปริง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระชับผิว
  3. ไหม Aptos มีการบากเส้นไหมให้เป็นเงี่ยงคล้ายก้างปลา ช่วยปรับแต่งรูปหน้า
  4. ไหมทองคำ ทำจากทองคำบริสุทธิ์ กระตุ้นร่างกายให้สร้างคอลลาเจนได้ดี แต่มีค่าใช้จ่ายสูง และไม่สามารถย่อยสลายได้
ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 7

Amed Clinic

การร้อยไหมที่ Amed clinic ช่วยในเรื่องการยกกระชับ ปรับรูปหน้าทำให้ใบหน้าเรียว และฟื้นฟูสภาพผิวบริเวณที่ทำ ซึ่งถือเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด และไม่เสียเวลาในการพักฟื้นจากศัลยกรรม โดยไหมที่นิยมใช้จะเป็น “ไหมละลาย” เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง โดยเส้นไหมจะค่อยๆละลายไปหลังจากร้อยไปประมาณ 6 เดือน โดยไหมละลาย จะมี 2 ชนิด คือ

  1. ไหมกระชับ : ไหมเส้นเล็กเหมือนเส้นผม โดยใช้จำนวนเส้นไหมที่ค่อนข้างเยอะ ประมาณ 20-30 เส้น ร้อยในลักษณะสานกัน ยิ่งจำนวนเส้นไหมเยอะยิ่งทำให้การสานกันแน่นขึ้น จึงทำให้ผิวแน่นและกระชับขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้เส้นไหมจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนมาพันรอบเส้นไหม ทำให้ผิวเต่งตึงและยืดหยุ่นได้ดีขึ้น
  2. ไหมยก : ไหมเส้นค่อนข้างใหญ่ (เมื่อเทียบกับไหมกระชับ) และมีเขี้ยวอยู่รอบเส้นไหม ใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น แก้มที่ย้อยและหย่อนคล้อยจะยกขึ้น ผิวตึงขึ้น โดยขนาดเส้นไหมที่ใหญ่ทำให้ไหมยกมีแรงดึงมาก ยกพวงแก้มขึ้นได้อย่างชัดเจน และเขี้ยวที่อยู่รอบเส้นไหมจะทำหน้าที่เหมือนเป็นตะขอ ช่วยเกี่ยวและดึงชั้นผิวหนังให้ยกขึ้น และล็อคชั้นผิวหนังเอาไว้ ซึ่งจำนวนเส้นไหมที่ต้องใช้ในการร้อย จะอยู่ที่ประมาณ 6-12 เส้น
ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 8

โรงพยาบาลพญาไท

บริษัท โรงพยาบาลศรีราชานคร จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินกิจการ “โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา” ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน รักษาพยาบาลโรคทั่วไปขนาด 257 เตียง ตั้งอยู่ในโครงการศรีราชานคร ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุด ในภาคตะวันออกในปัจจุบัน และอยู่ในใจกลางอำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี โรงพยาบาลตั้งอยู่บนเนื้อที่ 5 ไร่เศษ และให้บริการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยในตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีคณะแพทย์ทั้งที่เป็นแพทย์ประจำและแพทย์ที่ปรึกษา ตลอดจนอุปกรณ์การรักษาพยาบาลและวินิจฉัยโรค ที่สะอาดและทันสมัย โรงพยาบาลได้เริ่มเปิดดำเนินการในวันที่ 5 กันยายน 2538 โดยเริ่มให้บริการแก่ผู้ป่วยประมาณ 257 เตียง ผู้ป่วยนอก 111 ห้อง และสามารถให้บริการรักษาผู้ป่วยนอกได้ถึง 2,000 คนต่อวัน

ไหมที่โรงพยาบาลพญาไท 2 เลือกนำเข้ามาใช้ คือ ไหมอิตาลี แบรนด์ Definisse ซึ่งเป็นไหมที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย ละลายได้ไม่ตกค้าง คุณสมบัติของไหมชนิดนี้ต่างจากไหมชนิดอื่น ทั้งในด้านความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของเส้นไหม เป็นไหมที่ออกแบบพิเศษคือ เป็น PCL และ PLLA ผสมกัน ซึ่ง PCL จะมีความยืดหยุ่นดีไม่เปราะหักง่าย มีความแข็งแรงในการยกน้ำหนักใบหน้าได้เยอะ ส่วน PLLA มีข้อดีในเรื่องของการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี เมื่อนำสองสิ่งนี้มารวมกันในอัตราส่วนเฉพาะ ทำให้คุณสมบัติของไหมดีทั้งเรื่องระยะเวลาที่นาน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีขึ้น

ใครที่เหมาะกับการร้อยไหม?
  1. ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30-50 ปี ที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย
  2. ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
  3. ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหารูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น
ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 9

Waleerat Clinic

ใบหน้าหย่อนคล้อย ผิวเหี่ยวย่น เป็นปัญหาที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องเผชิญเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น เพราะเมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนและอิลาสติน หรือวอลลุ่มของผิวก็จะลดลง ทำให้ผิวอ่อนแอและไม่ สามารถพยุงตัวเองให้ยึดเกาะกับกล้ามเนื้อให้เรียบตึงเหมือนสมัยที่ยังสาวๆ ซึ่งปัจจุบันก็มีนวัตกรรมเสริมความงามที่หลากหลายในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดศัลยกรรม ดึงหน้า รวมถึง การร้อยไหมมรกต (Emerald) ที่ Waleerat จะพาคุณผู้หญิงย้อนวัยสู่ความสาวอีกครั้ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านร้อยไหมและทีมงานแพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นๆ อีก

ไหมมรกต Emerald คืออะไร

ไหมมรกต (Emerald) เป็นไหมที่ออกแบบพิเศษ มีโครงสร้างคล้ายเหลี่ยมอัญมณีทรงพลัง อย่างมรกต ด้วยดีไซน์ของเส้นไหมที่มีขนาดใหญ่ และลักษณะของเงี่ยงไหมที่เว้าลึกลงไป จึงได้มิติของเหลี่ยมมรกตที่จะช่วยเพิ่มผิวสัมผัสในการกระตุ้นคอลลาเจน และการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มี Volume มากยิ่งขึ้น ซึ่งขนาดใหญ่พิเศษของเส้นไหมทำให้ทนต่อแรงและยึดเกาะกับผิวได้ดี และด้วยผิวสัมผัสของไหมที่คล้ายกับเหลี่ยมมรกตจึงช่วยในการยกกระชับปรับรูปหน้าและลดความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาแบบไหนแก้ได้ด้วยไหมมรกต (Emmerald)
  1. ผิวเหี่ยวย่น ไม่กระชับที่เกิดจากอายุที่เพิ่มมาก
  2. ผิวหย่อนคล้อยสูญเสียวอลลุ่มที่เกิดจากเซลล์กระชับผิว
  3. ผิวสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสตินที่มีหน้าที่ในการกระชับผิวให้เต่งตึงและเรียบเนียน
  4. ร่องแก้มลึกที่เกิดจากผิวหย่อนคล้อยและชั้นไขมันยุบตัวลง

จะดีกว่าไหม หากการร้อยไหมของคุณครั้งนี้ จะทำกับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการร้อยไหมมานาน เพราะมันหมายถึงความสวยงามและความปลอดภัยที่คุณจะได้รับอย่างเต็มร้อยแน่นอน!!

ช่องทางการติดต่อ
อันดับ 10

Apex Profound Beauty

Apex Profound Beauty ก่อตั้งขึ้นโดยแพทย์หญิงนันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ ในปี 2538 ตลอดระยะเวลาในการดำเนินงานกว่า 20 ปี Apex Profound Beauty มุ่งเน้นเทคโนโลยีระดับโลก ที่เป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพ และมีบทพิสูจน์ถึงผลสำเร็จอย่างชัดเจน เพื่อตอบสนองทุกความต้องการทึ่จะทำให้คุณดูดีที่สุดในแบบที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับ ปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอย ฟื้นฟูสุขภาพผิวให้เนียนใสไร้ริ้วรอย ด้วยนวัตกรรมส่าสุดระดับโลก การฉีด Botox, Filler ร้อยไหม การกระชับ ลดสัดส่วน เพื่อเรือนร่างที่สวยงาม ปลูกผมไร้แผลเป็น ปลูกผมด้วยเซลล์ และฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน เพื่อความสวยที่ยั่งยืน

Aptos ยุคแรกของไหมยกกระชับ

เมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน เป็นยุคแรกของการยกกระชับหน้าด้วยไหม ซึ่งแนวคิดของการใช้ไหมนั้น เกิดขึ้นจากที่ว่าจะทำอย่างไร ให้ไม่ต้องผ่าตัดแต่ยังสามารถดึงหน้าได้ โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน จึงได้เกิดการใช้ไหมยกกระชับหน้าขึ้¬น โดยศัลยแพทย์ชาวรัสเซียที่ดัดแปลงการใช้ประโยชน์ของไหมเย็บแผลมาใช้ในการยกกระชับ

ไหมในช่วงแรก เรียกว่า Aptos มีลักษณะคล้ายก้างปลาเล็กๆ เพื่อเกี่ยวดึงผิวหนังให้ยกกระชับขึ้น แต่การใช้งานยังต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ต้องทราบถึงทิศทางของการยกกระชับที่เหมาะสม เพราะหลังการร้อยไหม Aptos ผิวจะถูกดึงรั้งไว้และยกกระชับขึ้นทันทีในตำแหน่งนั้น จึงยากต่อการแก้ไขหากพบปัญหา และจะมีอาการการช้ำบวมหลังจากร้อยไหม จึงต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น แต่ใช้ระยะเวลาไม่นานเท่ากับการผ่าตัด

ยุคต่อมาได้มีการพัฒนาไหมเพื่อความงามมากขึ้น มีไหมออกมาหลากหลายชนิด เพื่อความเหมาะสมในแต่ละประเภทของการใช้งา¬น บวมช้ำน้อยลงและเห็นผลหลังทำเช่นกัน จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย

อย่างไรก็ดี ยังมีไหมในบางประเภทที่ยังไม่ได้รับรองถึงความปลอดภัยในการใช้¬งาน เช่น ไหมสเต็มเซลล์ ไหมทอง จึงควรได้รับคำปรึกษาจากสถานพยาบาล ที่น่าเชื่อถือก่อนการเลือกยกกระชับหน้าด้วยไหม

ช่องทางการติดต่อ